Technical Analysis (การวิเคราะห์ทางเทคนิค) ในตลาด Forex คือ การศึกษาพฤติกรรมราคา (Price Action) และปริมาณการซื้อขายในอดีต เพื่อนำมาคาดการณ์ทิศทางของราคาในอนาคต โดยมีสมมติฐานหลักว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิม และราคาสะท้อนทุกอย่างไว้หมดแล้ว
ต่างจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ที่ดูข่าวเศรษฐกิจหรืออัตราดอกเบี้ย สายเทคนิคจะเน้นดู “กราฟ” เป็นหลัก
3 เสาหลักของการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- Market Action Discounts Everything: เชื่อว่าทุกปัจจัย (ข่าว, การเมือง, เศรษฐกิจ) ได้ถูกสะท้อนออกมาในรูปแบบของราคาบนกราฟเรียบร้อยแล้ว
- Prices Move in Trends: ราคาไม่ได้เคลื่อนที่แบบสุ่ม แต่จะเคลื่อนที่เป็นแนวโน้ม (Trend) ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend) หรือออกข้าง (Sideway)
- History Repeats Itself: พฤติกรรมมนุษย์มักแสดงออกเหมือนเดิมเมื่อเจอสถานการณ์เดิมๆ ทำให้เกิดรูปแบบกราฟที่ซ้ำไปมา
เครื่องมือยอดนิยมที่ใช้ใน Forex เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เทรดเดอร์มักใช้เครื่องมือเหล่านี้ประกอบกัน:
- แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance): ระดับราคาที่ราคามักจะหยุดหรือเด้งกลับ
- เส้นแนวโน้ม (Trendline): การลากเส้นเชื่อมจุดต่ำสุดหรือสูงสุดเพื่อดูทิศทางตลาด
- รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns): เช่น Pin Bar, Engulfing เพื่อดูแรงซื้อแรงขายในระยะสั้น
- อินดิเคเตอร์ (Indicators): สูตรทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยคำนวณค่าสถิติ เช่น:
- Moving Average (MA): ดูแนวโน้มเฉลี่ย
- RSI: ดูว่ามีการซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold)
- MACD: ดูแรงส่ง (Momentum) ของราคา
ข้อดีของการใช้ TechnicalAnalysis
- ชัดเจน: มีจุดเข้า (Entry) และจุดออก (Exit/Stop Loss) ที่คำนวณได้แน่นอน
- ใช้ได้กับทุก Timeframe: ไม่ว่าจะเทรดสั้น 5 นาที หรือเทรดยาวเป็นเดือน
- ไม่ต้องรอข่าว: สามารถทำกำไรได้แม้ในช่วงที่ไม่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ
สรุปสั้นๆ: TechnicalAnalysis คือการใช้สถิติและศิลปะในการอ่านกราฟ เพื่อหาโอกาสที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในการทำกำไร
