Carry Trade คืออะไร Carry Trade (แครี่เทรด) คือ กลยุทธ์การลงทุนหรือการซื้อขายที่มุ่งแสวงหากำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย โดยมีหลักการที่เรียบง่ายคือ:
- กู้ยืม (Borrow) หรือขาย (Short) สกุลเงิน/สินทรัพย์ ที่มี อัตราดอกเบี้ยต่ำ (มีต้นทุนในการกู้ยืมต่ำ)
- นำเงินที่ได้ไปลงทุน (Invest) หรือซื้อ (Long) สกุลเงิน/สินทรัพย์ ที่มี อัตราดอกเบี้ยสูง (ให้ผลตอบแทนสูง)
กำไรหลัก ของกลยุทธ์นี้มาจาก:
- ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential): นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยที่สูงกว่าจากสินทรัพย์ที่ซื้อ และจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจากเงินที่กู้ยืมมา ซึ่งส่วนต่างนี้คือผลกำไร
- กำไรจากสถานะที่ถือครองข้ามคืน (Rollover/Swap): ในตลาด Forex (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) หากมีการเปิดสถานะข้ามวัน เทรดเดอร์จะได้รับหรือจ่ายดอกเบี้ยตามส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของคู่สกุลเงินนั้นๆ
ตัวอย่าง: Yen Carry Trade
ตัวอย่างที่พบบ่อยและเป็นที่รู้จักกันดีคือ Yen Carry Trade เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มักใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทำให้อัตราดอกเบี้ยของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ทำให้นักลงทุนนิยม:
- กู้ยืมเงินเยน (JPY) ที่มีดอกเบี้ยต่ำ
- นำไปซื้อ สกุลเงินอื่นหรือสินทรัพย์อื่น (เช่น หุ้น พันธบัตร ทองคำ) ที่ให้ผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า
ความเสี่ยงของ Carry Trade แม้จะฟังดูเป็นกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้ง่าย แต่ Carry Trade มีความเสี่ยงที่สำคัญคือ:
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: หากสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงเกิดอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่กู้ยืมมา (เช่น เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว) กำไรจากส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ได้รับมาอาจถูกลบไปจนหมด หรือแม้กระทั่งทำให้ขาดทุนอย่างหนัก
การกลับตัวของตลาด (Unwind): เมื่อตลาดเกิดความตื่นตระหนกหรือภาวะ Risk Aversion (นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง) จะเกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและรีบนำเงินกลับไปคืนสกุลเงินที่กู้ยืมมาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว (เช่น รีบขายสินทรัพย์และแลกกลับเป็นเงินเยนเพื่อคืนหนี้) ซึ่งจะทำให้สกุลเงินที่กู้ยืมมาแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง และราคาสินทรัพย์ทั่วโลกถูกเทขายตามมา
