CFD Forex ย่อมาจาก Contract for Difference ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “สัญญาซื้อขายส่วนต่างคู่เงิน” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- หลักการทำงานของ CFD Forex คืออะไร?
- ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง: เวลาที่คุณเทรด CFD Forex คุณไม่ได้ซื้อหรือถือธนบัตรสกุลเงินนั้นจริง ๆ แต่เป็นการทำ “สัญญาเก็งกำไร” กับโบรกเกอร์เกี่ยวกับทิศทางราคาของคู่เงินนั้น ๆ (เช่น EUR/USD, GBP/USD) ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลง
- กำไร/ขาดทุน จากส่วนต่าง: ผลกำไรหรือขาดทุนจะคำนวณจาก ส่วนต่างของราคา ระหว่างตอนที่คุณเปิดสถานะ (Open Position) กับตอนที่คุณปิดสถานะ (Close Position)
- จุดเด่นและลักษณะสำคัญของการเทรด CFD Forex
- ทำกำไรได้ทั้งสองทิศทาง (Long & Short):
- (Buy / Long): หากคุณคาดว่าค่าเงินหลักจะ แข็งค่าขึ้น (ราคาขึ้น) คุณจะเปิดสถานะซื้อ เพื่อรอขายทำกำไรในราคาที่สูงขึ้น
- (Sell / Short): หากคุณคาดว่าค่าเงินจะ อ่อนค่าลง (ราคาลง) คุณก็สามารถเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรในช่วงขาลงได้เช่นกัน
- การใช้เลเวอเรจ (Leverage): เป็นตัวช่วยให้นักลงทุนสามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงได้ด้วยเงินลงทุนจำนวนน้อย (ใช้มาร์จิ้นต่ำ) เช่น เลเวอเรจ 1:100 ช่วยให้ใช้เงินทุนเพียง 1 ส่วน เพื่อควบคุมวงเงินซื้อขาย 100 ส่วน
- สภาพคล่องสูงและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง: ตลาด Forex เปิดทำการซื้อขายสัปดาห์ละ 5 วัน (จันทร์-ศุกร์) ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง
- ต้นทุนในการเทรด CFD Forex ที่ควรรู้
- Spread (สเปรด): ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้นทันทีที่คุณเปิดออเดอร์
- Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน): ค่าดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมในการถือสถานะข้ามวัน (หากเปิดออเดอร์ค้างไว้ข้ามคืน) ซึ่งอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินทั้งสองฝั่ง
ข้อควรระวัง
แม้ว่า เลเวอเรจ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรก้อนใหญ่ด้วยเงินทุนที่น้อย แต่ในทางกลับกันมันก็ “ขยายความเสี่ยงและผลขาดทุนให้ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย” หากกราฟวิ่งสวนทางกับที่คุณวิเคราะห์ไว้ การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเทรด CFD
